ต้น's profileSpace ของ อดุลย์PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Space ของ อดุลย์adul_konraeng@holmail.com |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
Public folders
June 03 กลอนบ้านทุ่งชมพู บ้าน เคยอยู่อู่เคยนอนสะท้อนจิต ภาพชีวิตวัยเยาว์เข้าศึกษา ทุ่ง เลี้ยงควายริมเขื่อนติดเตือนตา ผักหวานป่าโสกเสืองามเหลือเกิน ชม ฝายหลากมากบัววัวอีแว้ ภูกระแตทรายขาวพราวโขดเขิน พู หนองหว้าพาให้ใจเพลิดเพลิน เที่ยวดุ่มเดินชมป่าสีดาดง ที่ บ้านเก่ารักเกิดเทิดทูนมั่น เฝ้าผูกพันรักถิ่นดินทรายผง เคย ต้อนควายชายทุ่งชมรุ้งวง เสียงเพื่อนส่งอย่าชี้เดี๋ยวจี้อม อยู่ สร้างสรรค์กันมาประสายาก ถึงลำบากยากไร้ใจสุขสม อู่ ข้าวน้ำซ่ามปลานาอุดม ลมพลิ้วพรมภูขี้เบ้าโปงเว้าดิน เคย ตื่นเช้าเข้าป่าหาเก็บเห็ด สองมือเด็ดผักหวานด่านโคกหิน นอน เถียงนาหน้าหนาวขาร้าวริน จี่ข้าวกินจ้ำแจ่วแซบแล้วงาย เป็น แค่เด็กเลี้ยงควายที่หมายมุ่ง ฟังลูกทุ่งลำเดินเพลินเหลือหลาย สวรรค์ บ้านป่าเขาเฮาสบาย มีเอื้อยอ้ายแม่พ่อรอพบพาน บน บ้านทุ่งชมพูอยู่ขอนแก่น ม่วนเสียงแคนพิณพร้อมกล่อมอีสาน ดิน แดนคูนพูนดอกออกตระการ ช่อเหลืองบานออดอ้อนออนซอนเรา ถิ่น ภูเวียงเคียงเสน่ห์ทะเลป่า กะปอมก่าพันธุ์โตไดโนเสาร์ บ้าน เลี้ยงควายเลี้ยงผึ้งซาบซึ้งเนา ถักทอเข้าไหมมัดหัตถกรรม นา ข้าวเหนียวเสี่ยวเฮ็ดเม็ดขาวอ่อน หอมสะออนข้าวใหม่ใจถลำ เรา อิ่มเอิบเปิบข้าวทุกคราวคำ กินสุขล้ำล้นเหลือจากเหงื่อเรา เพชรไร้แสงแรงเงาเหงาคุณค่า
ลูกชาวนาแร่นแค้นเมืองแก่นขอน
หอบหดหู่ภูผาสู่นาคร
ส่งเสียงอ้อนเพื่อนจ๋าเพชรป่าดง
ทรายค่าน้อยด้อยขั้นฝันเป็นเพชร
รับบำเหน็บเรื่อยมากาแกมหงส์
หวังก้าวหน้าฝ่าไปใจเที่ยงตรง
พักกายลงคอนกรีตขีดเส้นชัย
นั่งนับดาวพราวฟ้าเวลาค่ำ
ยินเพลงพร่ำแววหวานกังวาลใส
ธรรมชาติป่าดงถิ่นพงไพร
มิอาจจะเปลี่ยนใจให้เราลืม
กลางแสงสีมีมนต์ยลนางฟ้า
ประกายตาจับจิตชวนชิดดื่ม
เนินล้นเหลือเนื้อนวลชวลหยิบยืม
อยากเติมตื่มตื่นเต้นเพียงเห็นพอ
เถอะถ้าเพชรเม็ดคมสมค่าเพชร
จะเคลื่อนเม็ดสดใสกลับไปก่อ
ส่องประกายฉายสว่างข้างคนรอ
ปลุกคนท้อให้ชื่นวันคืนรัง
เพชรภูเวียง
จากเศษทรายหายหล่นก้นหุบเขา
ไร้แววเงาเท่าเพชรเม็ดเอกอื่น
เจียระไนใสแสงแข่งวันคืน
ก้มหน้าฝืนคมมีดฝังกรีดกาย
เคยอยู่นาค่าน้อยด้อยยศศักดิ์
เคยอกหักรักหดหมดความหมาย
เคยผิดหวังนั่งเศร้าเหงาแทบตาย
เคยแพ้พ่ายแฟนจากเพราะยากจน
หลบไออุ่นกรุ่นหญิงหวังอิงแอบ
หลบเลียแสบแผลเป็นลำเค็ญผล
หลบช่องว่างขวางกั้นสูงชั้นชน
หลบหน้าบนทางขนานกับหวานใจ
มาอยู่กรุงมุ่งมั่นปั้นชีวิต
หวังลิขิตก่อประกายเม็ดทรายใส
หวังเป็นหนึ่งพึ่งตนฝึกฝนไป
จุดหมายไกลเอื้อมฝันวันของเรา
กว่าจะพราววาววับเหมือนกับเพชร
ต้องแอบเช็ดน้ำตาหลบหน้าเขา
ชีวิตเปลี่ยวเดียวเดินเนิ่นนานเนา
กี่เงียบเหงาจึงจะหรูเพชรภูเวียง
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|